NIDA KM : WISDOM for Change

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

Tag: Gen Y

2010.01.22 06:35:06
somporn

ในแวดวงคน HR มักจะพูดกันบ่อยเกี่ยวกับคนในองค์การซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม หรือ 3 Generation คือ  Baby Boomer, Generation X และ Generation Y ทั้งนี้ เนื่องจากคน 3 กลุ่ม หรือ 3 วัยที่ต่างกันนี้มีความคิด ความเชื่อ ความรู้ ความสามารถ ทัศนคติ ค่านิยม และพฤติกรรมที่ต่างกัน การทำงานหรือการบริหารจัดการกับคน 3 วัยก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะแต่ละวัยมีรูปแบบการทำงานและ Life Style ที่แตกต่างกัน 

ผมหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยและแบ่งปันก็สืบเนื่องมาจากผมกำลังทำการศึกษาวิเคราะห์เรื่องอัตรากำลังหรือคนของนิด้าว่าสถานภาพในปัจจุบันเป็นอย่างไร อนาคตจะไปในทิศทางใด จะมีค่าใช้จ่ายด้านบุคคลมากน้อยเพียงใด จะเพียงพอหรือไม่ ซึ่งต้องวางแผนเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่สำคัญคือถ้ารู้ว่าคนของเราเป็นอย่างไร ผู้บริหารทุกระดับจะได้เข้าใจและหาวิธีการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับคนแต่ละกลุ่ม  ให้ความสำคัญกับทุกกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เท่านั้น มาทำความเข้าใจคนในแต่ละกลุ่มคร่าว ๆ ก่อนนะครับ

คนกลุ่ม Baby Boomer  เขาบอกว่ามีอายุ 46 ปีขึ้นไป คนกลุ่มนี้เป็นคนที่มีชีวิตเพื่อการทำงาน เคารพกฎเกณฑ์ กติกา อดทน ให้ความสำคัญกับผลงานแม้ว่าจะต้องใช้เวลานานกว่าจะประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังมีความคิดที่จะทำงานหนักเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว มีความทุ่มเทกับการทำงานและองค์กรมาก  ได้รับการสั่งสอนจากผู้ปกครองให้ประหยัดและอดออม คนกลุ่มนี้เมื่อเติบโตมาเป็นหัวหน้างาน ผู้บริหาร ก็จะมีอุปนิสัยสู้งาน ใช้จ่ายรอบคอบ ระมัดระวัง 

คนกลุ่ม Gen X อายุประมาณ 31 – 45 ปี ชอบทำอะไรง่าย ๆ ไม่ต้องเป็นทางการ ให้ความสำคัญเรื่องความสมดุลระหว่างงานกับครอบครัว พูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่บ้างาน ทำงานไม่ทุ่มเท ทำงานในหน้าที่ตัวเอง  ตกเย็นก็รีบกลับบ้าน มีแนวคิดและการทำงานเพียงลำพัง ไม่พึ่งพาใคร มีความคิดเปิดกว้าง พร้อมรับฟังข้อติติง เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาตนเอง ไม่กล้าคิดกล้าแสดงออก เรียกกลุ่มนี้อีกอย่างว่า Baby Bust (ตรงข้ามกับ Boom) หรือ พวกยัปปี้ – Yuppie (Young Urban Professionals)

สำหรับคนกลุ่ม Gen Y อายุประมาณ 20-30 ปี เป็นกลุ่มคนที่โตมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ตและเทคโนโยลี ไอที มีคุณลักษณะที่แตกต่างกับคน 2 กุล่มข้างต้นเป็นอย่างมาก เช่น เก่งกล้าสามารถทั้งด้านความคิดและการแสดงออก ทะเยอทะยาน เรียกร้องสูง รักษาสิทธิ์อย่างเต็มที่ มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความรู้ด้านเทคโนโลยี ชอบความท้าทายในงาน มองหาโอกาสเติบโตในงาน ทำงานเป็นทีม กล้าซักกล้าถาม ไม่เชื่อสิ่งใดง่าย ๆ หากไม่มีเหตุผลดีพอ ไม่มีความอดทนที่จะทำงานในที่เดิมนาน ๆ หมกมุ่นอยู่กับตัวเอง ติดเพื่อน ชอบทำหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน มองโลกในแง่ดี ก้าวเข้าสู่โลกแห่งการทำงานด้วยข้อมูลความรู้ที่อัดแน่นอยู่ในหัว มีความคาดหวังที่สูงยิ่ง  โดยเฉพาะสิ่งที่เขาคาดหวังสูงสุดคือ ตัวของพวกเขาเอง  ปรารถนาที่จะช่วยให้มีทีมที่จะคอยช่วยเหลือเกื้อหนุนพวกเขาในการทำงาน กล้าแสดงออก เช่น การแต่งตัวตามแฟชั่น การสร้างสมดุลในชีวิตและหน้าที่การงาน (Work Life Balance) ถือเป็นเรื่องสำคัญและยิ่งใหญ่ของชีวิต

มาดูคน 3 วัยในนิด้า ว่ามีลักษณะอย่างไร ข้อมูลเบื้องต้น ณ วันที่ 1 ต.ค.52  ที่ได้จากการศึกษาวิเคราะห์อัตรากำลังของนิด้าเกี่ยวกับช่วงอายุบุคลากรของนิด้า มีดังนี้ครับ หากแบ่งคนของนิด้าออกเป็น 3 Generation ข้างต้น จะมีดังนี้ครับ บุคลากรของนิด้ามีทั้งสิ้น 611 คน เป็นข้าราชการ 300 คน (สายอาจารย์ 100 คน สายสนับสนุน 200 คน) พนักงานสถาบัน 171 คน (สายอาจารย์ 46 คน สายสนับสนุน 125 คน) ลูกจ้างประจำ 86 คน ลูกจ้างชั่วคราวเงินรายได้ 48 คน และลูกจ้างชั่วคราวเงินงบประมาณ 6 คน โดยภาพรวม บุคลากรของนิด้า 611 คน มีอายุตั้งแต่ 46 ปีขึ้นไป 270 คน หรือร้อยละ 44.2  อายุระหว่าง 31 – 45 ปี 285 คน หรือร้อยละ 46.6  และอายุน้อยกว่า 31 ปี 56 คน หรือร้อยละ 9.2 แสดงให้เห็นว่าบุคลากรของนิด้าอยู่ในกลุ่ม Baby Boomer และ Gen X ในปริมาณเท่า ๆ กัน ส่วนคนกลุ่ม Gen Y ยังมีเป็นส่วนน้อย

เมื่อพิจารณาในแต่ละกลุ่ม คือ กลุ่มอาจารย์ ซึ่งเป็นข้าราชการและพนักงานสถาบัน จำนวน 146 คนพบว่ามีช่วงอายุตั้งแต่ 46 ปีขึ้นไป  81 คน (ข้าราชการ 74 คน พนักงานสถาบัน 7 คน) หรือร้อยละ 55.5 อายุระหว่าง 31 – 45 ปี 64 คน (ข้าราชการ 26 คน พนักงานสถาบัน 38 คน) หรือร้อยละ 43.8 และอายุน้อยกว่า 31 ปี 1 คน หรือร้อยละ 0.7 แสดงให้เห็นว่า อาจารย์ของนิด้าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Baby Boomer และส่วนมากเป็นข้าราชการ รองลงไปคือกลุ่ม Gen X
 
กลุ่มสายสนับสนุนซึ่งเป็นข้าราชการและพนักงานสถาบัน จำนวน 325  คน มีช่วงอายุตั้งแต่ 46 ปีขึ้นไป 119 คน (ข้าราชการ 116 คน พนักงานสถาบัน 3 คน) หรือร้อยละ 36.6 อายุระหว่าง 31 – 45 ปี 164 คน (ข้าราชการ 84 คน พนักงานสถาบัน 80 คน) หรือร้อยละ 50.5 และอายุน้อยกว่า 31 ปี  42 คน (เป็นพนักงานสถาบันทั้งหมด) หรือร้อยละ 12.9 แสดงว่า บุคลากรสายสนับสนุนของนิด้าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Gen X  ซึ่งเป็นข้าราชการและพนักงานสถาบันในจำนวนใกล้เคียงกัน รองลงไปอยู่ในกลุ่ม Baby Boomer ซึ่งส่วนมากเป็นข้าราชการเช่นเดียวกับอาจารย์ มีพนักงานสถาบันเพียง 3 คนเท่านั้น
 
กลุ่มลูกจ้าง (ลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราว) จำนวน 140 คน มีช่วงอายุตั้งแต่ 46 ปีขึ้นไป 70 คน หรือร้อยละ 50.0 อายุระหว่าง 31 – 45 ปี57 คน หรือร้อยละ 40.7 และอายุน้อยกว่า 31 ปี  13 คน หรือร้อยละ 9.3 แสดงว่าลูกจ้างส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Baby Boomer รองลงไปอยู่ในกลุ่ม Gen X
 
จากข้อมูลข้างต้น พบว่าบุคลากรของนิด้าเป็นพนักงานสถาบันเกินครึ่งหนึ่งของข้าราชการ และบุคลากรส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Baby Boomer และ Gen X ในปริมาณเท่า ๆ กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอาจารย์และสายสนับสนุนซึ่งเป็นข้าราชการจำนวนมากที่อยู่ในกลุ่ม Baby Boomer ซึ่งหมายถึงใกล้ที่จะเกษียณอายุราชการเป็นจำนวนมาก

จากคนในกลุ่มวัยต่างกันของนิด้ามีประเด็นที่จะต้องนำมาพิจารณาในด้านการบริหารงานบุคคลก็คือ
     1. จะต้องหาวิธีการที่จะให้มีการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งปัจจุบันที่ดำเนินการอยู่คือ การทำ KM แต่ก็ยังคงจำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มสายสนับสนุน ส่วนกลุ่มอาจารย์ยังมีเป็นจำนวนน้อย ซึ่งนอกจากการทำ KM แล้ว อาจจะต้องใช้วิธีการอื่น ๆ เช่น การมอบหมายให้เป็นพี่เลี้ยง (Mentor) การสอนแนะ (Coaching) เป็นต้น
     2.  ควรจะต้องมีการจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) ในทุกตำแหน่งงาน นับตั้งแต่ ผู้บริหารฝ่ายอำนวยการ และหัวหน้ากลุ่มงาน
     3. ปัจจุบันการทำงานของสายสนับสนุนมีลักษณะการทำงานเฉพาะด้านหรือเฉพาะเรื่อง มีลักษณะเป็น Specialist มากกว่า (รู้แต่เรื่องของตนเอง) แต่ในโลกปัจจุบัน จำเป็นอย่างยิ่งที่บุคลากรจะต้องเป็นผู้มีความรอบรู้หรือเชี่ยวชาญในทุกด้าน เป็น Generalist แนวทางที่ควรจะเป็นคืออาจจะต้องมีการหมุนเวียนการทำงาน (Rotation) เป็นการเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งนี้ การหมุนเวียนการทำงานอาจทำในทุกระดับ นับตั้งแต่ผู้บริหารฝ่ายอำนวยการ คือ ผู้อำนวยการกอง เลขานุการคณะ/สำนัก หัวหน้ากลุ่มงาน และในตำแหน่งงานต่าง ๆ ภายในกลุ่มงาน หรือกอง สำนักงานเลขานุการคณะ/สำนัก 
    4. ถึงแม้ว่าบุคลากรของนิด้าจะมีกลุ่ม Gen Y ในปริมาณที่น้อยอยู่ แต่ในระยะเวลาอันใกล้ประมาณ 5 – 10 ปีข้างหน้า บุคลากรกลุ่ม Gen Y จะเพิ่มปริมาณมากขึ้นเนื่องจากการเกษียณอายุของคนกลุ่ม Baby Boomer  และเนื่องจากคนกลุ่ม Gen Y ชอบความท้าทายในงาน มองหาโอกาสเติบโตในงาน ไม่มีความอดทนที่จะทำงานในที่เดิมนาน ๆ ทำงานเป็นทีม กล้าซักกล้าถาม มีความคาดหวังที่สูงยิ่ง  โดยเฉพาะสิ่งที่เขาคาดหวังสูงสุดคือ ตัวของพวกเขาเอง  ดังนั้น สิ่งที่นิด้าจะต้องรีบดำเนินการตั้งแต่เดี๋ยวนี้เพื่อสร้างรากฐานไว้ในวันข้างหน้าคือ การสร้างค่านิยมในเรื่องการมีพันธะผูกพันกับองค์กรและงาน สร้างความจงรักภักดีต่อองค์การให้กับบุคลากรใหม่ ๆ  โดยการดำเนินการให้คนกลุ่มนี้มีความก้าวหน้าในอาชีพ และให้ค่าตอบแทนที่สามารถแข่งขันกับหน่วยงานภายนอกในระดับเดียวกันได้ และเนื่องจากคนกลุ่ม Gen Y  เป็นคนประเภทที่กล้าคิด กล้าแสดงออกและชอบการทำงานเป็นทีม สิ่งที่จะต้องดำเนินการคือ การจัดกิจกรรมให้ทำงานร่วมกันในลักษณะเป็นทีม และสร้างสมดุลในชีวิตและหน้าที่การงาน (Work Life Balance) เพื่อให้สามารถอยู่ดีมีสุขในการทำงานร่วมกัน โดยใช้ทฤษฎีแรงจูงใจคือ ความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

คงทราบแล้วนะครับว่า ท่านเป็นคนในกลุ่มใดของนิด้า แล้วท่านมีความคิด ความเชื่อและพฤติกรรมอย่างที่กล่าวไว้หรือไม่ โลกทุกวันนี้เปลี่ยนเร็วมาก ผมเองก็ต้องเปลี่ยนแปลงและปรับตัวเองทั้งในเรื่องความคิด ความเชื่อความรู้ ความสามารถ ทัศนคติ และพฤติกรรม  ให้เข้ากับสังคมใหม่ ๆ ผมเคยอยู่ที่คณะพัฒนาการเศรษฐกิจมา 30 ปี ก็คุ้นเคยกับวัฒนธรรม ประเพณี และวิธีการทำงานที่ถ่ายทอดกันมาซึ่งมีลักษณะเหมือนพี่น้อง เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เมื่อมาอยู่ที่สำนักงานอธิการบดี รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองงานผู้บริหาร (7 เดือน) ผู้คน พฤติกรรม และวิธีการทำงานก็เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะมารักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองบริหารทรัพยากรบุคคล (ไม่รู้ว่าจะอีกนานแค่ไหน) เราเองเป็นคนกลุ่ม Baby Boomer ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับน้อง ๆ ซึ่งเป็น Gen X และ Y  ต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการบริหารจัดการและพฤติกรรมต่างจากที่เคยเป็น แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงยึดมั่นในหลักของเหตุและผล หลักนิติธรรม ความถูกต้อง ความเป็นธรรม และผลสัมฤทธิ์ของงานและที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดคือ ยึดมั่นในหลักของคุณธรรมและจริยธรรม มีความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ตั้ง เพราะหากขาดสิ่งเหล่านี้แล้ว คนทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็น Baby Boomer, Gen X หรือ Gen Y  ย่อมไม่ใช่คนดีของสังคมเป็นแน่แท้

ข้อคิดก่อนจาก : จงเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก่อนที่คนอื่นจะมาเปลี่ยนแปลงตัวเรา


  Baby Boomer | Gen X | Gen Y
Comments 9Hits: 6857  


Polls

ปัจจัยที่ทำให้ท่านผูกพันธ์กับองค์กร