NIDA KM : WISDOM for Change

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

Tag: AI

2009.09.09 01:22:06
somporn

Lesson Learn from NIDA KM Seminar

เล่าเรื่องโดย Mr. Paul                

วันที่ 9 เดือน 9 ปี 2009 ถือว่าเป็นวันฤกษ์ดี ก็ขอถือโอกาสสมัครเป็นสมาชิก Blog และนำเรื่องจากการไปสัมมนาการจัดการความรู้ (NIDA KM Seminar) ประจำปี 2552 หัวข้อ KM Agent for Change ระหว่างวันที่ 27 29 สิงหาคม 2552 ที่โคราช มาเล่าถึงความรู้สึกและสาระที่ได้จากการสัมมนานำมาถ่ายทอดความรู้และความรู้สึกให้ชาว NIDA KM ได้รับทราบทั่วกันวิทยากรบอกพวกเราว่า การเล่าเรื่อง (Storytelling) มี 2 แบบ คือ เล่าเรื่องจาก Lesson Learn และเล่าเรื่องจากสิ่งที่ได้ทำแล้ว Success หรือ Best Practice อะไรทำนองนั้น ผมขอนำเรื่องจากการสัมมนามาเล่าให้พวกเราชาวนิด้า ได้รับรู้ รับทราบถึงความรู้สึก และสาระความรู้ด้านเทคนิคและวิธีการในการแลกเปลี่ยนความรู้ การไปสัมมนาครั้งนี้พวกเราได้เห็นตัวอย่างกิจกรรม KM ของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ เช่น กิจกรรมของโรงพยาบาลบ้านตาก พวกเราได้มีโอกาสร่วมทำกิจกรรม (Workshop) ได้ทำ AAR (After Action Review) และได้ประชุมทบทวนการทำกิจกรรม KM รวมทั้งร่วมกันให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดกิจกรรม KM ในปี 2553        แต่ที่แน่ ๆ พวกเราคงไม่ลืมเลือน เรื่องเล่า แทคติกในการเทก๋วยเตี๋ยวออกจากถุง ให้ดูน่ารับประทาน ซึ่งคุณบุญส่ง จาก ISEC เป็นเจ้าของความคิด และคงไม่ลืมทีเด็ดของทีมงาน ซ้อ 4   สุกี้ KM   และทีมสุขสำราญ (ไม่ทราบว่าถูกหรือเปล่า) ซึ่งมีเนื้อหาสาระและการจัดกิจกรรม KM ที่ง่ายและสนุก และที่สำคัญ KM Party พิธีกร 2 สาวคนเก่ง ที่ทำให้พวกเราสนุกสนานกับการร้องเพลง และได้ทราบชื่อเล่นภาษาต่างด้าวของแต่ละคน โดยเฉพาะชื่อท่านรองบริหาร-เลอสุวอง (ภาษาฝรั่งเศส เขียนไม่เป็น ภาษาไทยก็เข้าใจว่าเขียนไม่ถูก คงไม่ว่ากันนะครับ) แปลว่า หล่อแท้ ๆ หรือหล่อตลอดนิรันดร์กาล  ขอบอกตามตรงว่าไปสัมมนาครั้งนี้ นอกจากจะได้รู้จักตนเอง รู้จักเพื่อน เปิดใจรับฟัง ยอมรับความแตกต่าง (ทั้งความคิดและวัย) ตั้งสติ ใช้ปัญญาอย่างมีเหตุผล และได้เรียนรู้ว่าต้องอยู่กับปัจจุบัน รวมทั้งได้สาระความรู้ซึ่งเป็นประโยชน์และได้ศิลปะในการที่จะทำ KM ให้ง่ายและสนุก แล้ว  รู้สึกประทับใจในทีมงาน NIDA KM TEAM  ที่ได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และปัญญา เพื่อพวกเราอย่างแท้จริง  ขอชื่นชมและขอบคุณไว้ ณ ที่นี้  และขอขอบคุณ คุณหม่อง (อดิสรณ์) ต้องใส่ชื่อในวงเล็บเพราะมี 2 หม่อง    ที่ได้จัดให้มี Blog ไว้ให้พวกเราได้แลกเปลี่ยนในสิ่งดี ๆ ต่อกัน                

กลับจากสัมมนาก็ตั้งใจจะทำ AAR ว่าได้อะไรมาบ้างที่จะนำไป Change KM ของพวกเรา  ก็ยังคิดไม่ออก  บอกไม่ถูก พวกเราช่วยกันคิดดัง ๆ และนำมาแลกเปลี่ยนผ่าน Blog นะครับ ในระหว่างที่ยังคิดไม่ออกก็ขออนุญาตเป็น นักลิขิต หรือ คุณลิขิต (Note Taker) สรุปบทเรียนความรู้ที่ได้จากวิทยากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ทำเรื่องยาก ๆ ให้เข้าใจง่าย ๆ ในบางประเด็นมาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้ครับ              

 1.  เครื่องมือในการแลกเปลี่ยนความรู้  มีรูปแบบหลากหลายด้วยกัน แล้วแต่วัตถุประสงค์ของการแลกเปลี่ยน  เช่น·        ชุมชนนักปฏิบัติ (The Community of Practice = CoP)    เพื่อนช่วยเพื่อน (Peer Assist)        Small Group Activities       จัดเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แบ่งตามกลุ่มสายงาน มีพี่เลี้ยง (หัวหน้างาน 1 คน)        Knowledge Rally    Project based learning       Morning Talk       Coffee Corner       Walk to Share     Talk Tour Take Action (3 T)    Weekly Meeting      Storytelling          สุนทรียสนทนา (Dialogue)       การสนทนาในเชิงบวก (Appreciative Inquiry: AI)        BAR (Befor Action Review)      AAR (After Action Review) และ       Retrospect               

 2.  บรรยากาศการเรียนรู้  ควรมีลักษณะดังนี้      อิสระ      ไม่มีการตัดสิน       ทุกคนได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน        หาคนเป็น somebody       ผู้นำแบบ empower      ไม่มีพิธีการมากเกินไป        เปิดใจรับฟังทุกเสียง     มีการตีความให้คุณค่าปัญญาปฏิบัติ      ทุกคนอยู่กับปัจจุบัน ทุกขณะมีสมาธิ        มีโต้แย้งน้อย      สาระและสุนทรีย์ (ง่ายและมันส์)        รางวัล- ความภาคภูมิใจ               

3.  AAR หรือ After Action Review  คือ การเรียนรู้ระหว่างทำ เป็นขั้นตอนหนึ่งในวงจรการทำงาน เป็นการทบทวนวิธีการทำงานทั้งด้านความสำเร็จและปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อค้นหาคนที่ทำผิดพลาด ไม่ใช่การกล่าวโทษใครทั้งสิ้น แต่เป็นการทบทวนเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขั้น ไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้นอีก ในขณะเดียวกันก็คงไว้ซึ่งวิธีการที่ดีอยู่แล้ว วิธีการในการทำ AAR ไม่ยุ่งยากหรือซับซ้อน เพียงแต่ตอบคำถาม 4 ข้อ และทำให้ครบ 7 ขั้นตอน ดังนี้

     4 คำถามกับ AAR คือ1.       สิ่งที่คาดว่าจะได้รับจากการทำงานคืออะไร2.       สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคืออะไร3.       ทำไมจึงแตกต่างกัน4.       สิ่งที่ได้เรียนรู้และวิธีการลด/แก้ความแตกต่างคืออะไร

     7 ขั้นตอนกับ AAR1.     ควรทำ AAR ทันทีทันใดหรืออย่างเร็วที่สุดหลังจากจบงานนั้น ๆ 2.     ไม่มีการกล่าวโทษ ซ้ำเติม ตอกย้ำซึ่งกันและกัน ไม่มีความเป็นเจ้านายหรือลูกน้อง มีแต่บรรยากาศที่เป็นกันเอง3.     มี “คุณอำนวย” คอยอำนวยความสะดวก กระตุ้น ตั้งคำถามให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของตน4.     ถามตัวคุณเองว่าสิ่งที่คุณควรได้รับคืออะไร5.     หันกลับมาดูว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงคืออะไร6.     ความแตกต่างคืออะไร ทำไมจึงต่างกัน7.     จดบันทึก เพื่อเตือนความจำ ว่าวิธีการใดบ้างที่คุณได้เคยนำมาแก้ปัญหาแล้ว

4. การประชุมทบทวน (Retrospect) เป็นการประชุมทบทวนงานของโครงการใหญ่ภาพรวม ดำเนินการเมื่องานภาพรวมเสร็จสิ้น หลักการและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประชุมทบทวนงาน ได้แก่   ·   การทบทวนวัตถุประสงค์และผลลัพธ์ของโครงการ และทบทวนแผนงานและวิธีทำงาน  ·   ตั้งคำถามว่าชิ้นงานหรือขั้นตอนใดบ้างดำเนินการไปอย่างดี และตั้งคำถามเจาะลึกลงในรายละเอียด  ·  หาเหตุผลที่ทำให้ชิ้นงานเหล่านั้นดำเนินไปด้วยดี และจดบันทึกไว้สำหรับเป็นบทเรียนและคำแนะนำสำหรับการทำงานในอนาคต ·   ตั้งคำถามว่าชิ้นงานหรือขั้นตอนใดบ้างที่น่าจะได้ผลดีกว่าและขอคำแนะนำวิธีการที่ควรใช้ หากมีงานในลักษณะคล้ายคลึงกัน  ·   มีการจดบันทึกการประชุมสำหรับเป็น “ความรู้” เพื่อการทำงานในอนาคต  ·   ระมัดระวัง ไม่ให้การประชุมเกิดผลในลักษณะตำหนิติเตียนผู้ใด ให้ถือว่า “ผิดเป็นครู” ไม่ใช่ “ผิดเป็นอาชญากรรม”

5.  การสนทนาในเชิงบวก (Appreciative Inquiry: AI) ในการแลกเปลี่ยนความรู้กันมีวิธีการสนทนา 2 แบบ คือ สนุทรียสนทนา หรือ dialogue และอีกวิธีคือ การสนทนาในเชิงบวก หรือ Appreciative Inquiry  ซึ่งใช้หลัก 4 D ดังนี้   ·    Discovery  ค้นหา/สร้างทุนทางปัญญาที่มีอยู่แล้ว  ·   Dream  กล้าที่จะฝัน อยากเห็นภาพปรารถนาของการทำงานในอนาคตที่คุณทำให้เป็นจริงได้  ·    Design ออกแบบเส้นทางสร้างฝัน  ·     Destiny ฝันจะเป็นจริงได้ด้วยวิธีเดียวคือ Action Nowหวังว่าสรุปบทเรียนข้างต้นจะเป็นประโยชน์กับพวกเราที่จะนำไปใช้ต่อไปนะครับ   

ข้อคิด:  KM ต้องทำด้วยใจ  ใฝ่เรียนรู้   มุ่งสู่ความเป็นเลิศ  

 


  AI | Retrospect | AAR | เครื่องมือและบรรยากาศการเรียนรู้ | Lesson Learn
Comments 9Hits: 22792  


Polls

ปัจจัยที่ทำให้ท่านผูกพันธ์กับองค์กร